“เอ๋ ควาย” รับอารมณ์ชั่ววูบหนีเองไม่มีใครช่วย เผยยอมแพ้จะกลับบ้านให้แม่พามอบตัว

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ที่ของทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง น.ส.สุนันทา คงพากเพียร ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายเสกสรรค์ เขื่อนแก้ว อายุ 39 ปี หรือฉายา “เอ๋ ควาย” ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

 

หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายศาลแขวงจังหวัดลำปางในข้อหาหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาล ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดียาเสพติดของทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปางที่ได้หลบหนีออกไปจากโรงพยาบาลห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปิดล้อมไล่ล่าข้ามจังหวัดเป็นเวลานานกว่า 6 วันจนพบตัวในวันนี้

โดยหลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีชาวบ้านได้พบเห็นผู้ต้องหาเดินอยู่บริเวณในป่าใกล้กับสถานีทวนสัญญาณขุนตาลน้อย รอยต่อระหว่าง อ.แม่ทา จ.ลำพูน และ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่จึงได้มีการสนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นโดยทั่วพร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติขุนตาล และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ได้เดินลาดตระเวนตรวจสอบในพื้นที่ป่ารอยต่อซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีกลับเข้าไปในพื้นที่ จ.ลำปาง

จนกระทั้งเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เดินตรวจสอบมาตามลำห้วยแม่สัน ซึ่งอยู่ติดกับถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-เชียงใหม่ โดยเมื่อเดินมาถึงบริเวณฝั่งตรงข้ามกับศูนย์บริการทางหลวงขุนตาลก็พบว่ามีรอยเท้าหายไปบริเวณพงหญ้าใกล้กับต้นกล้วย ซึ่งก็พบว่าผู้ต้องหาได้หลบซ่อนตัวอยู่จึงได้แสดงตัวและเรียกผู้ต้องหาออกป่าซึ่งในมือพบถือเคียวเกี่ยวหญ้าอยู่เจ้าหน้าที่จึงบอกให้วางลง ซึ่งผู้ต้องหามีสภาพร่างกายที่อิดโรยไม่ได้ขัดขืนต่อสู้และวิ่งหนีแต่อย่างใด จึงได้เข้าจับกุมตัวและประสานเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มารับตัวไป

โดยจากการสอบถาม นายเสกสรรค์ เขื่อนแก้ว ผู้ต้องหาได้บอกว่าสาเหตุที่ได้หลบหนีไปในครั้งนี้เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และไม่มีใครช่วยในการหลบหนีครั้งนี้ซึ่งเดินออกมาคนเดียว โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในป่าได้อาศัยกินกล้วยกินมะม่วงในสวนของชาวบ้านเพื่อประทังชีวิต ซึ่งในระหว่างที่หลบหนีก็เห็นเจ้าหน้าที่อยู่หลายครั้งแต่ก็ได้หนีเข้าไปในป่าซึ่งตนก็ไม่รู้เส้นทางจึงให้หลงป่า ประกอบกับถูกเจ้าหน้าที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก จึงยอมแพ้และตัดสินใจที่จะเดินกลับไปบ้านที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อจะไปหาแม่ให้พาไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานดังกล่าว

อย่างไรก็ตามที่ห้องประชุม สภ.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอห้างฉัตร และ พ.ต.อ.สมพงษ์ ตั้งตัว ผกก.สภ.ห้างฉัตร และ น.ส.สุนันทา คงพากเพียร ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ก็ได้ร่วมกันแถลงสรุปผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนที่ช่วยการติดตามไล่ล่าผู้ต้องหาที่หลบหนีไป

โดย พ.ต.อ.สมพงษ์ ตั้งตัว ผกก.สภ.ห้างฉัตร กล่าวว่าหลังจากนี้จะได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาและทำการส่งฟ้องศาลต่อไป ซึ่งเชื่อว่าในการหลบหนีครั้งนี้ได้มีผู้ที่คอยช่วยเหลืออย่างแน่นอนและในขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยแล้ว 4 ราย โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

น.ส.สุนันทา คงพากเพียร ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง

ทั้งนี้ น.ส.สุนันทา คงพากเพียร ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ก็ได้เปิดเผยถึงโทษทางวินัยของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เป็นผู้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปนอนที่โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ทำการพิจารณาโทษต่อไป โดยหลังจากนี้จะได้ประสานกับทางโรงพยาบาลห้างฉัตรในการทำห้องพักผู้ป่วยพิเศษเฉพาะผู้ต้องขังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกต่อไป

สำนักข่าวลำปาง 13