ย้อนรอยเส้นทางหนี “เอ๋ ควาย” เผยเบาะแสสำคัญ 10 จุด ซ่อนตัวข้ามจังหวัดจนจับได้

หลังจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 23 พ.ค. 2561 นายเสกสรรค์ เขื่อนแก้ว อายุ 39 ปี หรือฉายา “เอ๋ ควาย” ผู้ต้องขังในคดียาเสพติดของทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปางและได้ไปนอนพักรักษาอาการปวดท้องที่ รพ.ห้างฉัตร ก่อนจะหลบหนีหายตัวไปจากเตียงผู้ป่วย จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายก็ได้ระดมไล่ล่าข้ามจังหวัดเป็นเวลานานกว่า 6 วันจนสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย สำนักข่าวลำปาง 13 ซึ่งได้ติดตามและนำเสนอข่าวความคืบหน้ามาตั้งแต่ต้นได้สรุป 10 จุดที่เป็นเบาะแสสำคัญ รวมถึงข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จนนำมาสู่การจับกุม “เอ๋ ควาย” ได้สำเร็จในครั้งนี้

 

จุดที่ 1 โรงพยาบาลห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 23 พ.ค. เจ้าหน้าที่พบว่า “เอ๋ ควาย” ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องรวมภายในหอผู้ป่วยได้หายตัวไปจากเตียง จากนั้นก็ได้มีระดมไล่ล่าติดตามโดยทั่วจนไปพบว่าได้ลอดรั้วลวดหนามด้านหลังโรงพยาบาลและหลบหนีหายเข้าไปในป่าละเมาะ ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าได้มี นายแขก ขี่รถจักรยานยนต์มารับตัวไป

 

จุดที่ 2 บ้านหลิ่งก้าน ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยจากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ทราบว่า นายแขก ได้พา “เอ๋ ควาย” ไปยังบ้าน “นายนุ” ถึงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 23 พ.ค. โดย “เอ๋ ควาย” ได้มีการข่มขู่ให้นายนุ ไปส่งที่บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุป๋อมป๋อดอยแล ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับแนวป่าอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

จุดที่ 3 หน้าวัดพระธาตุป๋อมป๋อดอยแล ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 24 พ.ค. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว “นายนุ” ไปทำการชี้จุดหลังถูกเค้นสอบจนรับสารภาพว่าได้พา “เอ๋ ควาย” มาส่งที่จุดดังกล่าวในวันที่ 23 พ.ค. เวลาประมาณ 03.00 น. ซึ่งเหตุผลที่ “เอ๋ ควาย” ต้องไปหานายนุก่อนและข่มขู่ให้มาส่งจุดนี้ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ของนายแขกไม่มีไฟหน้า

จุดที่ 4 ตลาดบ้านทาดอยแก้ว อ.แม่ทา จ.ลำพูน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 พ.ค. ได้มีคนพบเห็น “เอ๋ ควาย” มายืนรอใครบางคนอยู่ที่หน้าตลาด และก็มีคนมาหาซึ่งคาดว่าจะเป็นคนนำโทรศัพท์มือถือและเงินมาให้ โดยจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าได้มี “นายเบียร์” เป็นคนพาเอ๋ ควาย หนีข้ามจังหวัดและมาส่งทิ้งไว้ที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน

จุดที่ 5 เข้าพักสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน “เอ๋ ควาย” ได้เข้าพักที่รีสอร์ทหลังออกมาจากที่ตลาดบ้านทา ซึ่งทราบจากเจ้าของรีสอร์ทว่า “เอ๋ ควาย” ได้มาขอเช่าห้องพักและมีเงินติดตัวอยู่ 400 บาท ทางรีสอร์ทจึงลดราคาให้เหลือ 300 บาทและเข้าพักในห้องพัดลม ซึ่งเจ้าของรีสอร์ทก็ไม่ทราบว่าเป็นนักโทษที่หลบหนีมา

จากนั้นช่วงเย็นของวันที่ 24 พ.ค. “เอ๋ ควาย” ได้ไปเติมเงินโทรศัพท์ที่ร้านค้าปากทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับตลาดบ้านทา ซึ่งแม่ค้าที่ร้านยังได้ช่วยกดเบอร์ที่ตู้เติมเงินให้ซึ่งเติมเงินเข้าเบอร์โทรศัพท์จำนวน 20 บาท จากนั้น “เอ๋ ควาย” ก็ได้หายตัวไป

จนกระทั่งเช้าวันที่ 25 พ.ค. เจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสว่า “เอ๋ ควาย” ได้หลบหนีมาที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน จึงได้เข้าตรวจสอบและพบชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลอยู่ภายในห้องพักของรีสอร์ท อีกทั้งมีคนพบเห็น “เอ๋ ควาย” หนีหายเข้าไปในป่า จึงได้มีการระดมกำลังเข้าปิดล้อมไล่ล่า

จุดที่ 6 แอบกินมะม่วง เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 25 พ.ค. ได้มีชาวบ้านพบเห็น “เอ๋ ควาย” ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในร่องน้ำกลางหมู่บ้านทาป่าเปา อ.แม่ทา จ.ลำพูน ก่อนจะรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ชรบ.ที่ตั้งด่านไปตรวจสอบ ซึ่งทราบว่า “เอ๋ ควาย” ได้แอบมากินมะม่วงของชาวบ้านและหลบนั่งอยู่ในร่องน้ำ ก่อนเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแต่ก็ไม่พบตัว ซึ่งได้อาศัยความมืดได้หลบหนีหายตัวไป

จุดที่ 7 เจอเสื้อกันฝน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค. ที่บริเวณสวนลำไยของชาวบ้านในหมู่บ้านทาป่าเปา อ.แม่ทา จ.ลำพูน เจ้าของสวนลำไยได้เจอถุงพลาสติกขนาดใหญ่ซึ่งเป็นถุงปุ๋ย ได้ถูกเจาะรูดัดแปลงสำหรับสวมใส่ทำเป็นเสื้อกันฝน อีกทั้งต้นกล้วยถูกหักโค่นไป 1 ต้นและผลกล้วยที่สุกก็หายไป 1 เครือ ซึ่งคาดว่า “เอ๋ ควาย” ได้เข้ามาซ่อนตัวและหลบฝนภายในสวนหลัง

จุดที่ 8 นอนใต้ต้นลำไย เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 26 พ.ค. ที่สวนลำไยซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบเสื้อกันฝนประมาณ 500 เมตร เจ้าของสวนลำไยได้พบ “เอ๋ ควาย” นอนอยู่ที่ใต้ต้นลำไยภายในสวน ซึ่งเอ๋ ควายได้ตกใจเสียงสุนัข ก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าป่าหายตัวไป จากนั้นในเช้าวันที่ 27 พ.ค. พบว่าผ้าใบกันฝนที่เก็บไว้ในกระท่อมได้หายไป จึงได้มีระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้น โดยได้ประสานนำเฮลิคอปเตอร์ และพารามอเตอร์ พร้อมสุนัขดมกลิ่นเข้าค้นหาแต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด

จุดที่ 9 เรดาร์ทวนสัญญาณขุนตาลน้อย อ.แม่ทา จ.ลำพูน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. ได้มีชาวบ้านหาเห็ดได้พบตัว “เอ๋ ควาย” เดินไปทางบริเวณสถานีทวนสัญญาณ  แต่ชาวบ้านก็ไม่กล้าจะทำอะไรเนื่องจากเห็นเอ๋ ควาย พกเคียวเกี่ยวหญ้ามาด้วยซึ่งเกรงว่าจะถูกทำร้าย จากนั้นเมื่อแยกทางกันก็ได้รีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ว่าพบเห็นเอ๋ ควาย เดินออกจากจุดดังกล่าวไปตามลำห้วยเข้าเขต จ.ลำปาง จึงได้มีการย้ายจุดมาปิดล้อมที่บริเวณดังกล่าว

จุดที่ 10 จับกุมตัวได้ เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังค้นหา “เอ๋ ควาย” ซึ่งตามเบาะแสได้หายไปในเขตรอยต่อ อ.แม่ทา จ.ลำพูน กับ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ได้เดินค้นหาไปตามลำห้วยแม่สันซึ่งลัดเลาะไปตามถนนลำปาง-เชียงใหม่

ก่อนจะพบมีรอยเท้าที่พื้นของลำห้วยจึงได้เดินตามรอยเท้าไป จนกระทั่งมาถึงบริเวณสะพานข้ามลำห้วยด้านหน้าศูนย์บริการทางหลวงขุนตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พบว่ารอยเท้าได้หายไปเข้าไปในพงหญ้าจึงได้ระดมกำลังปิดล้อมและจับกุมตัว “เอ๋ ควาย” ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามทราบว่า “เอ๋ ควาย” มีอาการเครียดและยังคงปิดปากเงียบไม่ยอมให้การใดๆกับทางพนักงานสอบสวน บอกเพียงแต่ว่าไม่มีใครให้การช่วยเหลือในการหลบหนีครั้งนี้ ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า “เอ๋ ควาย” หลบหนีไปทำไม ? ทั้งที่เหลือโทษจำคุกอีกประมาณ 2 ปีเศษก็จะพ้นโทษ

หรือ อาจจะเป็นเพราะ เกิดปัญหาอะไรบางอย่าง ?? ถึงต้องได้ ย้ายตัวจากเรือนจำกลางลำปาง มาอยู่ที่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ซึ่งไม่มีใครที่จะสามารถรู้ข้อเท็จจริงนี้ได้นอกจากตัว “เอ๋ ควาย” คนเดียวเท่านั้น !!

สำนักข่าวลำปาง 13