เปิดใจทีม ‘กู้ภัยลำปาง’ ร่วมภารกิจระดับโลกช่วยเหลือหมูป่าออกถ้ำหลวงเชียงราย

ติรยา ใจแก้ว หรือ โน้ตลำปาง  อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยลำปาง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เปิดเผยหลังได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมนำกำลังอาสาสมัครเข้าปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จำนวน 13 คน ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งทาง “สมาคมกู้ภัยลำปาง” ได้ส่งทีมกู้ภัยและอุปกรณ์ต่างๆเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจระดับโลกที่มีนักกู้ภัยจากหลายประเทศเข้าร่วมในครั้งนี้จนประสบผลสำเร็จ

ติรยา ใจแก้ว อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยลำปาง ฝ่ายประชาสัมพันธ์

โดยภารกิจครั้งนี้ “สมาคมกู้ภัยลำปาง” ได้ส่งทีมกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆเข้าพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. โดยได้เข้ารายงานตัวกับกองอำนวยการและรับมอบภารกิจร่วมกับทีมกู้ภัยอีกหลายทีมจากหลายจังหวัดที่มารวมตัวกันในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ซึ่งได้มีการแบ่งกำลังเข้าพื้นที่โดยมีภารกิจที่แตกต่างกันไปเช่น การค้นหาและสำรวจโพรงถ้ำ การช่วยเหลือสนับสนุนหน่วยซีล และการสื่อสารประสานงาน ซึ่งในแต่ละวันจะมีภารกิจที่แตกต่างกันออกไป

การสนับสนุนหน่วยซีล และ การสื่อสารประสานงาน ถือเป็นภารกิจหลักที่ทีมกู้ภัยสมาคมกู้ภัยลำปาง ซึ่งในวันที่ไปแรกระดับน้ำยังไม่สูงมากนักทีมกู้ภัยจึงได้เข้าช่วยเหลือภายในถ้ำในการสนับสนุนการลำเลียงสายส่งน้ำและสายไฟเข้าไปด้านในถ้ำเพื่อจะเข้าไปต่อกับเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งภายในถ้ำ ซึ่งจะต้องต่อแถวกันและเดินลากสายส่งน้ำเข้าไปในถ้ำที่มีความแคบโดยบางจุดจะต้องปีนป่ายเข้าไปเพื่อเข้าไปหายังจุดที่น้ำถ้ำภายในโถง 2 และโถง 3

นอกจากนี้ยังได้ส่งนักประดาน้ำ “นทีลำปาง” ซึ่งเป็นทีมกู้ภัยทางน้ำประจำ ชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยใต้น้ำ สมาคมกู้ภัยลำปาง เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจหน่วยซีล หรือ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม ที่จะต้องลำเลียงอุปกรณ์ทางน้ำต่างๆที่หน่วยซีลจะต้องใช้ภายในถ้ำโดยเฉพาะ ขวดอากาศที่มีจำนวนมากมายกว่า 300 ถัง ซึ่งจะต้องเดินเท้าแบกขวดอากาศเข้าไปยังภายในถ้ำที่จุดปฏิบัติการของหน่วยซีลในโถง 3 เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร

“โน้ตลำปาง” เล่าต่ออีกว่าตนเองนั้นได้รับมอบหมายประจำอยู่กองบัญชาการสื่อสารหน้าถ้ำ ซึ่งจะอยู่บริเวณปากถ้ำโดยในจุดดังกล่าวได้มีการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารทั้ง วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ภายใน โดยร่วมกับ สำนักงาน กสทช.เขต 34 (เชียงราย) และ ศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย โดยจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างผู้ปฏิบัติงานในถ้ำที่จะโทรศัพท์ออกมารายงานสถานการณ์ต่างๆรวมถึงระดับน้ำในทุกๆชั่วโมง ซึ่งจุดนี้ยังเป็นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานอีกด้วย

โดยเฉพาะวินาทีสำคัญเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 2 ก.ค. ในตอนนั้นที่กองบัญชาการสื่อสารหน้าถ้ำยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติทั้งการเดินเครื่องสูบน้ำ การขนลำเลียงสายส่งน้ำ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่หน่วยซีลที่ประจำหน้าถ้ำได้แจ้งว่าพบตัว “ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” จำนวน 13 คนอยู่ภายในถ้ำปลอดภัยดีทุกคนนั้น ถือว่าเป็นข่าวดีเป็นอย่างมากทุกคนต่างก็ดีใจและโห่ร้องปรบมือกัน ซึ่งทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไม่อยู่ร้องไห้ด้วยความดีใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน โดยวินาทีสำคัญนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ได้อยู่ร่วมแสดงความยินดีกับทีมงานทุกคนด้วยในเวลานั้น

ตลอดระยะเวลากว่า 16 วันที่ทีมกู้ภัย “สมาคมกู้ภัยลำปาง” ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังไปประจำหลายรอบจำนวนรวมกว่า 40 คน ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ที่พักจากโรงเรียนบ้านจ้อง ในการพักผ่อนหลับนอนซึ่งในการเข้าไปปฏิบัติงานแต่ละวันจะต้องเดินเท้าไปยังจุดขึ้นรถรับส่งซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนไปประมาณ 800 เมตร จากนั้นก็นั่งรถสองแถวไปยังที่สามแยกทางเข้าหน้าถ้ำและเดินเท้าเข้าไปพื้นที่ปฏิบัติงานด้านใน รวมถึงโรงครัวพระราชทานที่มีจิตอาสามาทำอาหารให้กินอิ่มอร่อยกันทุกมื้อ

ซึ่งการทำงานในถ้ำหลวงฯครั้งนี้ถือว่าเป็นห้องเรียนอีกห้องเรียนหนึ่งที่มีทุกอารมณ์ และทุกความรู้สึก ภายใต้แรงกดดันรอบด้านกับ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นเดิมพัน  โดยถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่าเป็นอย่างมากที่ได้เรียนรู้ระบบการทำงานต่างๆ ที่ไม่ใช่เป็นการซ้อมแผนเหมือนที่เคยเข้าร่วมทั่วไปแต่เพราะนี่คือเหตุการณ์จริง จึงรู้ถึงขีดความสามารถของหน่วยงานต่างๆ การลงมือปฏิบัติจริงและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆที่พบเจอแตกต่างกันไปในแต่ละวัน

โดยเฉพาะทีมนักประดาน้ำก็ได้เรียนรู้และรับคำแนะนำจากหน่วยซีลเป็นอย่างดีเพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในการทำงานในพื้นที่ จ.ลำปาง ต่อไป นอกจากนี้ยังได้เห็นความรักความสามัคคีของประชาชนคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน ได้มิตรภาพได้พบเจอเพื่อนใหม่ ได้พบเจอบุคคลสำคัญและนักกู้ภัยมีอาชีพมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พร้อมใจกันปฏิบัติภารกิจครั้งนี้จนสำเร็จในการช่วยเหลือทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ทั้ง 13 คนออกจำถ้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ต้องไว้อาลัยแด่ จ่าเอกสมาน กุนัน อายุ 38 ปี หรือ จ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ซึ่งถือว่าเป็นวีรบุรุษที่จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป

ภาพ-ข่าว โดย สำนักข่าวรอยเตอร์

ทั้งนี้ “สมาคมกู้ภัยลำปาง” เป็นเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ไปรวมกับฟันเฟืองตัวอื่นๆคือทีมกู้ภัยและหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 1,000 หน่วยงานที่เดินทางมาเป็นจิตอาสาในครั้งนี้  ซึ่งพวกเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากและถือว่าได้เป็นตัวแทนของพี่น้องชาว จ.ลำปาง ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของการกู้ภัยระดับโลกที่ต้องจดจำไว้ตลอดไป  ซึ่งอุปกรณ์กู้ภัยทุกชิ้นที่นำไปใช้งานในครั้งนี้ก็ได้มาจากการทำบุญบริจาคของพี่น้องชาวจังหวัดลำปางทั้งสิ้น  ท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณชาวลำปางทุกๆท่านที่ร่วมส่งกำลังใจให้พวกเราในภารกิจครั้งนี้อย่างล้นหลามอีกด้วย

สำนักข่าวลำปาง 13