เจ้าของไม่อยู่เพื่อนบ้านเห็นควันลอดหน้าต่าง พบไฟไหม้โต๊ะทำงาน ตร.เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ร.ต.อ.วิโรจน์ แสงเอี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงงานป้องกันเทศบาลตำบลต้นธงชัย และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยต้นธงชัยลำปาง นำรถดับเพลิงจำนวน 2 คันรุดไปตรวจสอบที่บริเวณบ้านเลขที่ 13/468 หมู่บ้านเอื้ออาทรต้นธงชัย ซอย 18 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ภายในบ้านหลังดังกล่าว

 

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบเป็นปูน 2 ชั้นมีกลุ่มควันจำนวนมากลอยออกมาจากช่องหน้าต่างชั้น 2 ของตัวบ้าน ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในบ้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ทำการงัดประตูบ้านและพังประตูเข้าไปภายในตัวบ้านเพื่อเร่งฉีดน้ำดับต้นเพลิงซึ่งอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างยากลำบากเนื่องจากมีควันอยู่จำนวนมากจึงต้องทำการทุบกระจกบานหน้าต่างเพื่อระบายควันออกไปด้วย ซึ่งเมื่อเข้าไปภายในบ้านพบว่าที่เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ที่บริเวณโต๊ะทำงานซึ่งมีกองเอกสารและหนังสืออยู่จำนวนมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะฉีดน้ำสกัดควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ดังกล่าว

ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าของบ้านคือ นายเมล์ อิงโชติศักดิ์ อายุ 40 ปี พนักงานศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลำปาง ได้เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ที่ทำงาน ก็เห็นเพื่อนร่วมงานกำลังดูไลฟ์สดเหตุเพลิงไหม้บ้านผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่เมื่อตนเองเข้าไปดูก็พบว่าเป็นบ้านของตนเองก็ตกใจมากจึงได้รีบโทรหาภรรยาและกลับมาที่บ้าน ซึ่งภรรยาถึงกับเข่าทรุดร้องไห้เสียใจ

โดยจุดดังกล่าวเป็นโต๊ะทำงานโดยก็ไม่แน่ใจว่าได้เสียบปลั๊กอะไรไว้อยู่หรือไม่ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและเครื่องปริ้นเตอร์ภรรยาตนเองได้นำไปทำงานด้วย แต่ก็พบว่ามีร่องรอยไหม้อยู่ที่บริเวณสายไฟที่ปลั๊กไฟติดกับผนังบ้าน ซึ่งก็มีเฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินมีค่าหลายรายการได้ถูกไฟไหม้เสียหายไปทั้งหมด

ด้าน นางมณีนุช พรมวรรณ อายุ 67 ปี เพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่าก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกหนักจากนั้นก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง จากนั้นได้ไม่นานก็พบมีกลุ่มควันลอยออกจากตัวบ้านหลังดังกล่าวจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเชือกมากั้นที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปและจะได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดต่อไปอีกครั้ง

สำนักข่าวลำปาง 13