เร่งแก้ปัญหานกพิราบกลางเมืองจับไปเลี้ยงศูนย์วิจัยฯ เตือนให้อาหารนกปรับ 2 พันบาท

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองลำปาง ใกล้กับตลาดหลักเมือง เทศบาลนครลำปาง นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครลำปาง และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้รวมตัวกันนำอุปกรณ์ในการจับนกพิราบ โดยนำเอาข้าวเปลือก ข้าวสาร มาใช้ในการจับนกพิราบในครั้งนี้ โดยส่วนใหญ่นกที่บริเวณดังกล่าวจะคุ้นเคยกับคนที่ให้อาหารจึงไม่ค่อยแตกตื่น หรือหวาดกลัวคน ทำให้ในเบื้อองต้นสามารถจับนกพิราบได้จำนวนมาก แต่ผ่านไปสักระยะนกได้ตื่นกลัวบินโฉบไปมาไม่ยอมลงมาให้จับจึงได้ยุติการจับนกออกไปก่อนและจะได้กลับมาจับนกให้ได้ทั้งหมดต่อไป

 

สำหรับนกพิราบที่จับได้ทั้งหมดในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง ได้ตรวจเจ็บตัวอย่างอุจจาระ เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อโรคต่างจากนั้นได้นำนกทั้งหมดไปขังที่กรงเพาะเลี้ยงที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคเหนือตอนบนจังหวัดลำปาง อำเภอห้างฉัตร  โดยจะมีการเลี้ยงดูแลอย่างถูกสุขลักษณะและนกเหล่านี้จะไม่ออกไปสร้างความเดือนร้อนต่อคนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามทางเทศบาลนครลำปาง ได้ขอความร่วมมือประชาชน “งดให้อาหารนกพิราบ” ในพื้นที่สาธารณะ อาทิ โรงเรียน วัด สถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล ที่ส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง เพื่อลดจำนวนนกที่มีเพิ่มขึ้น สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบโดยผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับการจับนกพิราบในบริเวณดังกล่าวครั้งนี้เนื่องจากได้มีนกพิราบจำนวนมากได้มาพักเกาะอาศัยอยู่ และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือนร้อนที่ถ่ายทิ้งไปทั่ว รวมทั้งนกที่รวมกลุ่มกันจำนวนมากหวั่นจะเกิดการแพร่ระบาทของเชื้อโรคต่างๆได้ ส่วนนกเอี้ยงเบื้องต้นเป็นสัตว์ อยู่ใน พรบ.สัตว์ป่าคุ้มครอง ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ซึ่งจะได้หาทางออกและแก้ไขต่อไปจนกว่าปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลายไปในที่สุด

สำนักข่าวลำปาง 13