จนท.ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าจับมอดไม้ รุกป่าสงวนหวังค่าเวนคืนสร้างอ่างเก็บน้ำ

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายชีวภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.ลำปาง สายที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์อำเภอเถิน ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณป่าดอยเขาหนังป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่มอก เขตบ้านเด่นไม้ซุง หมู่ 14 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

 

 

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามีคนเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าในบริเวณดังกล่าวใกล้กับโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำโป่งผาก ของกรมชลประทาน โดยเจ้าหน้าที่พบมีเพิงพัก 1 หลังและกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน ซึ่งเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีไปทางลำห้วยแม่มอก 1 คนเจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามแต่ก็ไม่ทัน เมื่อมาตรวจสอบบนเพิงพักเจ้าหน้าที่พบตัว นายนิคม ติ๊บปละวงศ์ อายุ 62 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง และ นายสมควร ภาคาม อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง จึงได้ทำการสอบสวน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพื้นที่บุกรุกเจ้าหน้าที่พบมีการแผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้างเพื่อยึดถือครอบครองเอาพื้นที่ทำกิน โดยด้านบนใกล้สันเขาพบหลักเสาปูนเขียนว่า “ชป 94-89” จำนวน 2 หลักฝังอยู่ โดยยังพบต้นกล้ามะม่วง กล้ามะขาม จำนวน 400 ต้น ซึ่งนายนิคมให้การว่าตนเองเป็นคนนำมาให้ปลูกโดยปลูกไปบางส่วนแทนต้นเดิมที่ตายไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบไม้หวงห้าม (ไม้แดง) จำนวน 10 ท่อน และยังมีต้นไม้ที่ถูกตัดล้มคาตอยังไม่ได้ทอนกิ่งถูกตัดกระจัดกระจายอีกจำนวนหนึ่ง โดยจากการตรวจวัดพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกบุกรุกไปทั้งหมด 22-1-60 ไร่

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเป็นการบุกรุกตัดไม้จับจองครองที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่กรมชลประทานขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ในการสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยจะลักลอบเข้ามาโค่นต้นไม้ลงทีละจุดและเอาพืชเกษตรมาปลูกให้เป็นพื้นที่ทำกิน เพื่อรอรับค่าเวนคืนจากการสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัว นายนิคม และ นายสมควร ไปทำการสอบสวนซึ่งมีความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สำนักข่าวลำปาง 13