AIS เดินหน้าเสริมแกร่งประเทศไทย ประกาศวิสัยทัศน์ปี 62 เตรียมความพร้อมรอ 5G

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 คณะผู้บริหาร AIS นำโดย นายกานต์ ตระกูลฮุน  ประธานกรรมการ, นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายฮุย เว็ง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ ร่วมกัน ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2562 เดินหน้านำศักยภาพจากเทคโนโลยี Digital Intelligent ในรูปแบบ Platform ที่พร้อมเป็นรากฐานให้เกิด Innovation และ Digitalization แก่ประเทศไทย พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการเป็น Digital Platform ที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของประเทศ

 

โดย นายกานต์ ตระกูลฮุน  ประธานกรรมการ เน้นย้ำว่า “ปีนี้ คือการพลิกโฉมทางอุตสาหกรรมโลกครั้งใหญ่อีกขั้น จากเทคโนโลยี Artificial Intelligence, Machine Learning, Robotic , Data Analytic และ IoT ซึ่งจะส่งผลกระทบในทุกระดับ 3 ส่วน คือ สร้างรูปแบบใหม่ (Redefine) ของวิถีการใช้ชีวิต การชีวิต การทำงาน และการมีปฏิสัมพันธ์ , เปลี่ยนแปลง (Disrupt) รูปแบบของระบบเศรษฐกิจและสังคมไปอย่างสิ้นเชิง รวมถึง สร้างโอกาสใหม่ในการเติบโต (Emerging new opportunities) ทั้งในกลุ่มธุรกิจและระดับประเทศ  ดังนั้นการขับเคลื่อนประเทศด้วย Innovation และ Digitalization ในทุกภาคส่วน จึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างไทยแลนด์ 4.0 ที่แข็งแกร่ง หรือ Digital Intelligent Nation และ AIS ในฐานะภาคเอกชนผู้ให้บริการ Digital มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งกับภารกิจนี้”

ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้ขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform เพื่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดให้ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อผ่าน Digital Platform และทำงานร่วมกันในลักษณะของ Ecosystem ก่อให้เกิดพลังในการขยายขีดความสามารถสร้างสรรค์ Innovation หรือ บริการ Digital ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งหลังจากเปิดตัวในปี 61 จนถึงวันนี้ สามารถสร้างสรรค์ IoT Solution และ Business Model ที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการ ได้อย่างครอบคลุมและ ขยายเครือข่ายสมาชิกไปมากกว่า 1,000 ราย (จากจุดเริ่มต้นเพียง 70 ราย)  “AIS จึงยังคงยืนยันวิสัยทัศน์ในการเป็น Digital Platform ภายใต้แนวคิด “SHARING DIGITAL ECONOMY PLATFORM-เศรษฐกิจ Digital แบบแบ่งปัน” ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์ร่วมกันให้แก่ทุกอุตสาหกรรม ในทุกระดับ ซึ่งแน่นอนว่าท้ายที่สุดจะส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมแข่งขันในเวทีโลก”

ด้าน นายฮุย เว็ง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ กล่าวยืนยันว่าเราพัฒนาเครือข่าย Digital อย่างกรณีของ Mobile ซึ่งมีคลื่นความถี่มากที่สุดถึง 120 MHz (60MHzx2) อย่างไม่หยุดยั้ง ดังเช่นปีนี้ได้เริ่มนำเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Wifi6 (802.11ax) มาเริ่มให้บริการในชื่อ AIS Super Wifi+ ที่จะมอบความเร็วได้ถึง 4.8 Gpbs เพิ่มความสามารถในการรองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากถึง 8 เท่า ตอบโจทย์การเติบโตของ IoT โดยในส่วนของ Fix Broadband นั้น นอกจากจะขยายพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง ยังเสริมความแข็งแกร่งการบริการ ICT เพื่อองค์กร ที่จะส่งมอบผ่าน CS LoxInfo ในรูปแบบของ One Stop ICT Services อีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเตรียมรองรับเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่อง  เพราะแม้ว่าจะยังไม่มี business case ที่ชัดเจน แต่ก็เชื่อว่า 5G จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อของ IoT และ เครือข่ายตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด ซึ่ง AIS ได้เตรียมเครือข่ายให้พร้อมรับทั้ง 3 ด้านมาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็น 4.5G ที่เร็วระดับกิกะบิท ,Massive MIMO 32T 32R ครั้งแรกในโลก , NEXT G ,เครือข่าย NB IoT และ EMTC โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพการตอบสนองของเครือข่าย หรือ Latency ก็เป็นรายแรกที่เริ่มปรับโครงสร้างเครือข่ายหลักที่กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค (AIS Core Network Architecture Ready for 5G) ให้สามารถสื่อสารตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์บริการต่างๆได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับมาผ่านศูนย์กลางเครือข่ายในส่วนกลาง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้อัตราการตอบสนองได้เร็วขึ้น เพราะค่า Latency ต่ำ ตอบโจทย์การใช้งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางการแพทย์ หรือ อุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง Self Driving Car อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามนอกจากการเตรียมพร้อมด้านองค์ความรู้แล้ว การรู้เท่าทันเทคโนโลยีก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะ Digital นั้นแม้ว่าจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็อาจก่อให้เกิดโทษได้ ดังนั้นความตั้งใจสูงสุดของ AIS ในฐานะผู้ให้บริการ Digital จึงขออาสาทำหน้าที่ Network Educator ด้วยการส่งต่อแบบชี้วัดความอัจฉริยะทางเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ DQ – Digital Intelligence Quotient ไปสู่เยาวชน รวมถึงพัฒนา Network Protector ที่จะช่วยทั้งป้องกัน ปลูกจิตสำนึก สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อปลูกฝังและพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีให้เยาวชนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ประเทศไทย พร้อมต่อการใช้เทคโนโลยี Digital มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์และยั่งยืนต่อไป

สำนักข่าวลำปาง 13