นอภ.สั่งประกาศเสียงตามสายหาเบาะแสหนุ่มขนยาบ้าหนีเข้าป่าเผยยังใช้โทรศัพท์หาแม่

วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอสบปราบ จ.ลำปาง ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ทำการประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านทุกหมู่บ้านใน ต.สบปราบ เพื่อคอยเฝ้าระวังและสอดส่องหากพบตัว นายพรเทพ ฉิมมา อายุ 24 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นขายไทยผิวคล้ำ มีหนวด สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม โดยเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดแล้วได้หลบหนีซ่อนตัวอยู่ภายในป่าแม่ดงกลางเขตรอยต่อ ต.สบปราบ อ.สบปราบ กับ ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง (เร่งหาตัวหนุ่มวัย 24 ปีใช้ผ้าห่มชุบน้ำมันเผารถขนยาบ้า เผยยังซ่อนตัวอยู่ในป่าแม่ถอด)

 

โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มขบวนการยาเสพติดใช้รถยนต์ 7 ที่นั่ง ทะเบียน จ.เชียงราย ขนยาบ้ามา 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 15 กิโลกรัม และผงสีขาวอีก 1 กิโลกรัมซึ่งคาดว่าจะเป็นสารตั้งต้นชนิดใหม่ ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะหนีไม่พ้น เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามและยิงยางสกัดบนถนนพหลโยธินสายลำปาง – ตากหลักกิโลเมตรที่ 641 เขตบ้านวัฒนา ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จนทำให้จวนตัวและต้องจุดไฟเผารถเพื่อหวังทำลายของกลาง ก่อนที่นายพรเทพ คนขับรถจะหนีเข้าไปในป่า และแฟนสาวคือ นางสาวสุนทรี ธรรมสุวรรณ อายุ 24 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี หนีไม่ทันถูกจับกุมขณะวิ่งหลบหนีดังกล่าว (ตร.ไล่ล่าแก๊งขนยาบ้าล็อตใหญ่ถูกตามสกัดจับ จอดกลางถนนจุดไฟเผาทำลายวอดทั้งคัน)

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังมั่นใจว่าผู้ต้องหาที่หลบหนียังอยู่ในพื้นที่ป่าดังกล่าว เนื่องจากล่าสุดพบสัญญาณโทรศัพท์มือถืออยู่ในเขตป่ารอยต่อของ ต.สบปราบ และ ต.แม่ถอด จึงทำให้มั่นใจว่ายังไม่หลบหนีออกไปไหน โดยลักษณะการใช้โทรศัพท์จะปิดเปิดเครื่องเป็นช่วงเวลาเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า ประกอบกับข้อมูลทราบว่า มีการโทรไปหาแม่ที่ จ.สุพรรณบุรี ถึง 2 ครั้งบอกว่าหลงป่า หิวข้าว ไม่มีน้ำกิน เหนื่อยมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ยังคงปักหลัก และออกไล่ล่าติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีรายนี้

ทั้งนี้ทางด้านนายอำเภอสบปราบจึงได้สั่งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้สอดส่องและเฝ้าระวังเบาะแสหากพบเห็นชายแปลกหน้าเดินเข้ามา เพื่อขอข้าว หรือน้ำกิน ให้ชาวบ้านรีบแจ้งกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที เพื่อจะได้รุดไปตรวจสอบ สำหรับป่าบริเวณนี้ถือว่ามีพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้างชาวบ้านที่เคยเข้าไปบอกว่าหากไม่ชำนาญจะทำให้หลงทันทีเพราะป่ามีลักษณะคล้ายๆ กันหมด จึงจำได้ยากว่าผ่านจุดไหนและจะหาทางออกได้อย่างไร ประกอบกับพื้นที่ป่าดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำ และอาหาร จึงจะไม่มีอะไรให้กินในป่าแห่งนี้

สำนักข่าวลำปาง 13