“อาจารย์เผ่าทอง” พาลูกค้า AIS ตะลุยชมแหล่งผลิตผ้างามลำปางแอ่วเรือนเก่าอายุ 150 ปี

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เอไอเอส ร่วมกับ กองตลาดภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัทเผ่าทอง ทองเจือ และเพื่อน จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพภายใต้โครงการผ้างามเล่าเรื่องเมืองเหนือ เปิดเสน่ห์เมืองไทย กับอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ครั้งที่ 3 “แอ่วเวียงละกอน  ย้อนผ่อผ้างาม”  โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ชื่นชอบผ้าและสิ่งทอ ศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวออกเดินทางไปยังแหล่งผลิตผ้า ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวให้เกิดการกระจายรายได้ออกสู่ชุมชน

 

โดยครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ จ.ลำปาง ซึ่งนำเอากลุ่มลูกค้า AIS ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 120 คน เดินทางท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้ตามเส้นทางผ้างามเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดยเริ่มจากเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดไหล่หินหลวง หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม อ.เกาะคา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ชมพระวิหารเก่าแก่ศิลปะแบบล้านนาประดับลวดลายงดงามทั้งหลัง รวมถึงซุ้มประตูโขงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่มีการประดับตกแต่งที่แตกต่างกันบ้าง คือมีการใช้ตุ๊กตาดินเผาประดับ

จากนั้นได้ชมและเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองจาก กลุ่มทอผ้ากี่กระตุก บ้านไหล่หิน ที่ผลิตผ้าทอมือด้วยกระบวนการย้อมสีธรรมชาติ พร้อมชมการทอผ้าลายจกไหล่หิน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มทอผ้ากี่กระตุก เยี่ยมชม ตูบแก้วมา บ้านนาเดา อ.เสริมงาม ศูนย์การเรียนรู้การผลิตเส้นใยธรรมชาติแบบครบวงจร แหล่งที่มาของผ้าลายสร้อยดอกหมาก ลายดอกพริกไทย ที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเข้าชมวิหารวัดหลวงนางอย อ.เสริมงาม ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2200 มีความโดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมวิหารทรงล้านนาที่เหลือเพียงแห่งเดียวของ​ อ.เสริมงาม โดยหลังคามีลักษณะซ้อนด้านหน้า 3 ชั้น ด้านหลัง 2 ชั้น ในอดีตวัดนี้ถูกกองทัพพม่่าเผาทำลายแต่วิหารหลวงที่ไฟไม่ไหม้

สำหรับตูบแก้วมานั้นเป็นกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือบ้านนาเดาได้รวมตัวกันจัดตั้งเมื่อปี 2526 ในช่วงนั้นเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อหารายได้เสริมในการเลี้ยงชีพ ซึ่งโดยลำพังการทำไร่นาไม่สามารถสร้างรายได้อย่างเพียงพอ โดยในระยะแรกการทำงานของกลุ่มไม่ประสบความสำเร็จ กระทั่งเมื่อปี 2536 ทางอุตสาหกรรมจังหวัดลำปางได้เข้ามาสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลวดลายให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยมีการออกแบบลายผ้า “สร้อยดอกหมาก” “ลายดอกพริกไทย” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม หลังจากนั้นจึงเริ่มมีหน่วยงานต่าง ๆ จนปี 2545 ทางกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือบ้านนาเดาได้เข้าร่วมในโครงการ “ฝ้ายแกมไหม” จนสามารถพัฒนามาเป็นศูนย์การเรียนรู้การผลิตเส้นใยครบวงจร ใช้ชื่อว่า “ตูบแก้วมา” โดยมี นางจันทร์คำ แก้วมา เป็นประธานกลุ่ม

ทั้งนี้ตูบแก้มายังเป็นแหล่งเรียนรู้ในกระบวนการผลิตเส้นใยธรรมชาติแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่กระบวนการปลูกฝ้าย ประกอบด้วยการปลูกฝ้ายพื้นเมือง พันธุ์แก่นแป พันธุ์ขี้แมว พันธุ์น้อยและพันธุ์ตุ่น โดยมีการปลูกไว้ในบริเวณบ้านและแยกปลูกในแปลง โดยผู้สนใจสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ได้อย่างง่าย ๆ ตั้งแต่รูปร่างของต้นฝ้ายแต่ละชนิด การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก จนถึงเทคนิคการเก็บเกี่ยวผลผลิต สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ใช้ภูมิปัญญาและทักษะต่าง ๆ ในการทอผ้าตั้งแต่กระบวนการปั่นฝ้าย เริ่มตั้งแต่การอีดฝ้าย การตีฟู การทำหางไหล การปั่นเป็นเส้นด้ายรวมถึงการม้วนเก็บเส้นด้ายที่ปั่นเสร็จแล้ว

นอกจากนี้อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ยังได้พาคณะเข้าเยี่ยมชม “คุ้มเจ้าแม่ยอดคำ” เรือนเก่าแก่ของชนชั้นสูงมีอายุกว่า 150 ปีตั้งอยู่ ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเรือนไทยหมู่ที่มีเอกลักษณ์แบบล้านนาสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งคติการปลูกเรือนและองค์ประกอบที่สำคัญของเรือน ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้ให้คงสภาพเดิมโดย นายกิตติศักดิ์ เฮงษฎีกุล พร้อมทั้งได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีพระราชทานให้เมื่อปี 2540 ซึ่งโดยปกตินักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

สำนักข่าวลำปาง 13