นายแพทย์สาธารณสุขแจงเหตุชายคลั่งไล่แทงคนในตึกผู้ป่วย รพ.ลำปาง บาดเจ็บ 4 ราย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่  27 สิงหาคม  2562 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมควร  เกตุเทศ  รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง และแพทย์โรงพยาบาลลำปาง ได้ร่วมกันแถลงข่าวหลังเกิดเหตุการณ์มีคนคุ้มคลั่งใช้อาวุธไล่ทำร้ายผู้ป่วยและญาติจนได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณหอผู้ป่วยศัลยกรรมทรวงอกและหัวใจและหลอดเลือด  ชั้น 3 ตึกนวมินทรราชประชาภักดี โรงพยาบาลลำปาง เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ผ่านมานั้น

 

โดยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางก็ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 63 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.น่าน โดยได้มาเฝ้าดูแลภรรยาที่ผ่าตัดเส้นเลือดแดงในช่องอกปวดท้องและไตวายตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา จากนั้นเกิดอาการประสาทหลอนคุ้มคลั่งใช้กรรไกรที่พกมาด้วยไปไล่แทงผู้ป่วยอื่นๆที่นอนเตียงติดกัน  และไล่แทงญาติผู้ป่วยที่อยู่บริเวณเตียงในห้องผู้ป่วยภายในหอผู้ป่วย จนทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย

ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บรายแรกเป็นผู้หญิงอายุ 62 ปีซึ่งป่วยนอนอยู่ข้างเตียงด้วยกันและไม่ใช่ภรรยาของผู้ก่อเหตุถูกอาวุธมีดกรรไกรแทงเข้าไปที่สะโพกซ้าย โดยขณะนี้ออกจากห้องผ่าตัดอาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว และคนเจ็บรายที่ 2 เป็นคนป่วยชายอายุ 60 ปี  ซึ่งนอนเตียงใกล้ๆกัน มีบาดแผลบริเวณหน้าแข้งซ้าย และรายที่ 3 เป็นหญิงอายุ 57 ปีซึ่งเป็นญาติที่มาเฝ้าผู้ป่วยรายอื่นโดนอาวุธมีดแทงบริเวณไหปลาร้าซ้ายบาดแผลลึกอาการสาหัสและได้ทำการผ่าตัดหลอดเลือดแล้ว ส่วนรายสุดท้ายเป็นชายอายุ 48 ปีเป็นญาติที่มาเฝ้าคนป่วยถูกบาดแผลมีคมที่บริเวณหน้าอก ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว

อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำชายคนก่อเหตุคนดังกล่าวแล้วแต่ให้การวกวน มีลักษณะคล้ายอาการเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช  ซึ่งแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลลำปางได้ฉีดยาเพื่อลดอาการคุ้มคลั่ง และขณะนี้กำลังรักษาทางด้านจิตและประสาทอยู่ในโรงพยาบาลลำปางโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับอันตรายและจิตใจและบาดเจ็บสาหัส  ซึ่งขณะนี้ต้องรอการรักษาเสร็จแล้วจะได้แจ้งและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป โดยจะได้มีมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเข้มงวดต่อไป

สำนักข่าวลำปาง 13