พบร่างสองหนุ่มบ้านหมอสม หายออกจากบ้านนานกว่า 5 วัน กลายเป็นศพจมลำน้ำจาง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ.สิรวิชญ์ ไชยวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง พร้อมตำรวจชุดสืบสวน แพทย์ รพ.เกาะคา และเจ้าหน้าที่สมาคมอาสาสมัครกู้ภัยเกาะคา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณฝายน้ำล้นแม่จาง หมู่ที่ 7 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งมีคนพบศพจำนวน 2 ศพจมน้ำอยู่ที่บริเวณดังกล่าว

 

โดยในที่เกิดซึ่งอยู่ใกล้กับจุดสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันจอดอยู่ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม สีเขียว หมายเลขทะเบียน กษค 115 ลำปาง และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 110 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้าย โดยที่ตะกร้าหน้ารถทั้งสองคันมีสัมภาระวางอยู่  และใกล้ริมตลิ่งฝั่งลำนำจางพบศพ นายสัญญา สอนชื่อ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 238 หมู่ที่ 2 บ้านหมอสม ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง สภาพศพคว่ำหน้าอยู่ภายในน้ำร่างขึ้นอืด ที่บริเวณศรีษะถูกแมลงแทะจนเกือบเหลือแต่กะโหลกส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ

นอกจากนี้ห่างกันประมาณ 5 เมตรยังพบศพ นายศักดิ์ติพงษ์ ใจแก้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 246/1 หมู่ที่ 2 บ้านหมอสม ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง สภาพร่างขึ้นอืดมีแกลอนเพื่อสำหรับใช้พยุงตัวลอยน้ำผูกติดอยู่กับตัว และห่างออกไประมาณ 15 เมตรที่กลางแม่น้ำยังพบแกลอนสีขาวลอยอยู่ในน้ำอีกด้วย ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้นำศพทั้งสองรายขึ้นฝั่ง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน และไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงนำส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ลำปาง

จากการสอบถาม นางสนั่น อินต๊ะวงษ์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติของนายศักดิ์ติพงษ์ เปิดเผยว่าหลานชายปกติเป็นโรคลมชักต้องทานยาเป็นประจำ จนกระทั่งช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมาหลานบอกว่าจะไปหาปลากับคนในหมู่บ้าน แต่ไม่บอกว่าจะไปที่ไหนพอตกดึกไม่กลับบ้านจึงไปแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.เขลางค์นคร พร้อมทั้งโพสประชาสัมพันธ์ในเฟสบุก และออกตามหาตามจุดต่างๆหลายอำเภอพร้อมได้จนกระทั่งมีคนมาพบรถและศพทั้งสองคนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่านายศักดิ์ติพงษ์ อาจจะเกิดลมชักกำเริบนายสัญญาเห็นจึงรีบว่ายน้ำเข้าไปช่วยเหลือโดยทิ้งแกลอนพยุงตัวไว้ที่กลางน้ำและพยามว่ายน้ำลากนายศักดิ์ติพงษ์เข้าฝั่ง แต่อาจจะหมดแรงก่อนจึงทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไปอีกครั้ง

สำนักข่าวลำปาง 13