ปัญหาข้อพิพาทลำน้ำแม่ตาล..ถึงจุดที่ชาวบ้านต้องซื้อน้ำทำนา ฝากแก้ปัญหาด้วยครับ..!!

ปัญหาที่เคยทำนายกันไว้หลายปีก่อนว่าต่อไปข้างหน้า ผู้คนจะวุ่นวายแย่งชิงทรัพยากรน้ำ..!! จนถึงปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มพบกับปัญหานี้แล้ว ตัวอย่างล่าสุดเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร ชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน 820 ครอบครัว ประชากรนับพันคน ในตำบลเวียงตาล ได้ทำหนังสือไปยังศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดน้ำดิบในลำห้วยแม่ตาล เพื่อมาทำประปาหมู่บ้านใช้  ซึ่งชาวบ้านระบุว่าสาเหตุน่าจะมาจากการทำท่าทรายตามลำห้วยนี้

 

ต่อมาทางศูนย์ดำรงธรรม ได้ทำหนังสือให้ อบต.เวียงตาล  เข้าไปดูแลปัญหาตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งตามรายงานพบว่ามีปัญหาเรื่องคลองระบายน้ำเสียหายบางจุด ได้มีการซ่อมแซมไปแล้ว ส่วนข้อกล่าวอ้างเรื่องมีนายทุนมาทำท่าทรายนั้นพบว่า เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ แต่มีการนำกระสอบทรายมาปิดทางน้ำและทำรั้วกั้น จึงทำการรื้อถอน และจะทำการจัดสรรน้ำในลำเหมืองส่งน้ำโดยการทำทำนบแบ่งน้ำกับนายทุนท่าทราย เพราะอ้างว่าจะขอน้ำไปทำการเกษตรในพื้นที่ตนเอง ซึ่งมีสิทธิที่จะขอได้และบริเวณหน้าฝายน้ำล้นขนาดใหญ่แห่งนี้ สำหรับกั้นน้ำในลำห้วยแม่ตาลไว้ใช้ในฤดูแล้งนั้น พบมีที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ของนายทุนโผล่ออกมาขวางทางน้ำ ซึ่งทาง อบต.จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง ขั้นตอนทุกอย่างจบลงตัวตามระบบราชการ..!!

แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านที่ชาวบ้านยังมีข้อสงสัยและกังขาว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุยังไม่ตรงจุด ชาวบ้านแกนนำคนหนึ่งกล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาฤดูแล้งน้ำในลำห้วยแม่ตาลอาจจะไม่มาก แต่ก็ยังมีให้ใช้เพราะน้ำในลำห้วยแม่ตาลจะไม่เหมือนที่อื่นที่มีภาพน้ำให้เห็นในห้วย แต่ที่นี่น้ำจะอยู่ใต้ทรายลึกลงไปเพราะทรายแถบนี้เยอะมากถึงกับตั้งเป็นชื่อบางหมู่บ้านว่า “บ้านปางปงปางทราย”

ตัวอย่างให้เห็นคือการทำฝายที่หมู่บ้านห้วยเรียน และฝายบ้านปางปง ที่อยู่เหนือขึ้นไปมีน้ำเก็บหน้าฝายให้เห็น (ตามภาพประกอบ)  แต่ปรากฏว่าฝายเหมืองมะแฮ่ ที่มีปัญหานี้กลับไม่มีน้ำเลยขนาดชาวบ้านขุดลงไปยังไม่เจอน้ำ ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาน้ำในลำห้วยช่วงนี้หายไปนั้น มาจากการทำท่าทรายหรือเปล่า..!! เพราะการทำท่าทรายนี้ได้ขอขุดตามกฎหมายดังนั้นความลึกจะมากกว่า 3 เมตรบางบ่อรถแบคโฮหายไปทั้งคัน  ในขณะที่ระดับลำห้วยยังคงเดิม

ท่านผู้อ่านครับตามธรรมชาติลำห้วยเดิมๆนั้นด้านล่างสุด มันจะมีเศษตะกอนและดินเหนียวเป็นชั้นอุ้มน้ำไว้ น้ำก็จะไหลไปตามร่องห้วย ถ้าชาวบ้านต้องการใช้น้ำก็ขุดบ่อตื้นๆกลางลำห้วย สูบขึ้นมาใช้งานได้ตลอดสาย  ส่วนด้านข้างห้วยก็คือทรายหรือดินธรรมดาที่น้ำซึมผ่านได้ ดังนั้นพอมีการขุดหลุมลึกข้างๆลำห้วย น้ำก็คงหายไปในหลุมตามความโน้มถ่วงของโลก

นอกจากนั้นข้อน่าสังเกตตามแผนที่ระวางที่ดินพบว่าหลุมขุดทรายบางหลุมนั้น ไปขุดขวางทางน้ำไหลตามธรรมชาติหลายเส้นทาง ซึ่งชาวบ้านสงสัยว่าน้ำที่มาตามทางน้ำนั้นหายไปในบ่อทราย  ซึ่งขณะนี้บ่อทรายมีทั้งหมดประมาณ 13 บ่อ มีความกว้างมากขนาดสนามฟุตบอลก็มี ความลึกก็อย่างที่เขียนไว้ ในขณะที่น้ำในธรรมชาติแค่ไหลมาตามลำห้วยตื้นๆชาวบ้านใช้ก็แทบไม่พอ แต่ยังมาโดนหลุมยักษ์ดักไว้ 10 กว่าหลุม

ปัญหานี้นายก อบต.เวียงตาล นายนิวัฒน์ ปะระมา กล่าวว่าปัญหาเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2559 ที่น้ำในอ่างเก็บน้ำประปาของ 4 หมู่บ้าน อ่างเด่นห้าแห้งเหือดไป หลังจากที่มีการขอทำท่าทรายตั้งแต่ปี 2556 และเพิ่มปริมาณบ่อทรายขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งปัญหานี้ก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆล่าสุดที่น่าเจ็บปวดก็คือ  ชาวบ้านบางคนต้องไปขอซื้อน้ำจากท่าทรายเพื่อสูบไปทำนาชั่วโมงละ 300 บาท…!!

ครับปัญหานี้ดูเหมือนแก้ไขได้ง่ายๆตามที่แก้ไปแล้ว  แต่เอาเข้าจริงๆ จะพบว่าตามข้อมูลที่เสนอไปนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขเพราะน้ำมันยังไม่มีในลำห้วยเหมือนเดิม ในขณะที่เหนือจุดนี้ขึ้นไปน้ำเต็มหน้าเขื่อน/ฝาย และถ้าจะเอาเรื่องนิติศาสตร์มาแก้ไขปัญหา จะพบว่าที่ดินของท่าทรายนั้นเป็นที่มีเอกสารสิทธิ์จริง การทำท่าทรายได้ปฏิบัติตามกฎหมายจริง แต่ปัญหาน้ำหายไปจากหน้าฝายก็เป็นเรื่องจริง ชาวบ้าน 820 หลังคาเรือนไม่มีน้ำประปาใช้ก็เป็นเรื่องจริง..!!

ดังนั้นอยากฝากข้อคิดไปถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาวบ้านโดยตรง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงมาและขึ้นไปว่า ปัญหามันมาจากสาเหตุจริงๆ อย่าแก้ไขแบบขอไปที  ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมนี้มาจากการทำธุรกิจท่าทรายนี้จริงน่าจะมีมาตรการอะไรที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวบ้าน  820  ครอบครัวนี้ และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ก่อนที่ชาวบ้านนับพันคน จะเดินทางมาพบท่านผู้ว่าฯที่ศาลากลางจังหวัดครับ เพราะเห็นแกนนำพูดมาแบบนั้น  ก็คนไม่มีน้ำกินน้ำใช้นี่  ตัวอย่างในเมืองแค่น้ำประปาหยุดไหล 1 ชั่วโมงก็แย่ละครับ นี่ยังไม่รวมไปถึงเรื่องถนนสาธารณะหายไปก็ยังมีนะครับตรวจสอบหน่อยก็ดี….!!

…..เลขาเก่าฯ…..