ผู้ว่าฯลำปาง ออกคำสั่งคุมเข้มมาตรการเทศกาลสงกรานต์ ‘ห้ามมั่วสุมตั้งวงกินเหล้า’

วันที่ 10 เมษายน 2563 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ในสถานการณ์โรคโควิด-19 เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ตลอดจนข้าราชการตำรวจ ทหาร และพลเรือน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในการเฝ้าระวัง ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำปาง และเนื่องจากในช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์อาจจะมีการเลี้ยงสังสรรค์การพบปะกันของสมาชิกในครอบครัว และมีการเดินทางไปเยี่ยมเยียนในพื้นที่ต่างๆ ถึงแม้ที่จังหวัดจะรณรงค์ให้เดินทางไปในที่ต่างๆน้อยลง ก็ยังเชื่อว่าจะมีการเดินทางของพี่น้องประชาชนอยู่พอสมควร

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติในพื้นที่จังหวัดลำปาง อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 ข้อ 7 และข้อ 10 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 เกี่ยวกับการห้ามชุมนุม และมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย จึงมีคำสั่ง ดังนี้

 

1.ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือมั่วสุมภายในสถานที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ในลักษณะที่เป็นการรวมตัวเพื่อสังสรรค์ โดยมีการดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท อันจะเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคอันตรายได้

2.บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กฎหมายสุรา เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุให้ตรวจแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย และพิจารณาดำเนินการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย

3.บังคับใช้กฎหมายจราจรโดยเน้นปัจจัยเสี่ยงหลักการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ การชุมนุมเพื่อแข่งขันรถในที่สาธารณะ เป็นต้น

4.ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด สนามกีฬา สนามแข่งขัน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สวนสาธารณะ และที่สาธารณะอื่นๆ ตามที่จังหวัดได้มีประกาศไปแล้ว และหากปรากฏมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะถือว่ากระทำผิดตามข้อ 1 ด้วย

ทางจังหวัดขอความร่วมมือผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ถือปฏิบัติตามประกาศสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ลำปาง เรื่อง ขอความร่วมมืองดจำหน่ายสุรา ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2563 ลงวันที่ 9 เมษายน 2563 เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามาตรา 10 วรรคสอง(1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจได้รับโทษตามาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 20 เมษายน 2563

ที่มา..ศูนย์ข้อมูล Covid-19 จังหวัดลำปาง