นักศึกษาพยาบาลเดินเท้าบุกศาลากลางลำปาง ร้องมหาวิทยาลัยเก็บเงินเพิ่ม 2 แสน

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 กลุ่มนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 และ 2 จากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง กว่า 60 คน รวมตัวกันเดินเท้ามายังศาลากลางจังหวัดลำปาง เพื่อเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม กรณีที่มหาวิทยาลัยขึ้นค่าเทอมกะทันหันเป็นเงินถึง 200,000 บาท จากที่ได้ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าเรียนว่า ค่าเทอมตลอดหลักสูตร 4 ปี 520,000 บาท และสามารถกู้ กยศ.ได้ทุกคน นักศึกษาจ่ายส่วนต่างเอง 20,000 บาท แต่เมื่อเข้ามาเรียนแล้วก็ไม่สามารถกู้เงิน กยศ.ได้ และทางมหาวิทยาลัยกลับเรียกเก็บเพิ่มอีก 200,000 บาท โดยมี นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ได้รับหนังสือจากตัวแทนนักศึกษาพยาบาลดังกล่าว

 

โดยข้อความในหนังสือได้ระบุว่า กลุ่มนักศึกษาได้รับความเดือดร้อน 5 ประเด็นด้วยกันคือ ดิฉันเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเนชั่น คณะพยาบาลศาสตร์ ปีการศึกษา 2562 ตอนนี้ดิฉันกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน มีความเดือดร้อนใคร่ขอความช่วยเหลือ อันเนื่องมาจากเงินค่าบำรุงการศึกษา มีอยู่ 5 ประเด็น คือ

ประเด็นที่ 1 มหาวิทยาลัยมีการเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษาเพิ่มเติม โดยอ้างว่ามีรายวิชาที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมรวมเงินค่าบำรุงการศึกษาที่ต้องจ่ายเพิ่มเป็นจำนวนเงิน 216,000 บาท ซึ่งเป็นค่าบำรุงการศึกษาที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้กำหนดมาตั้งแต่การเปิดรับสมัคร โดยนักศึกษาได้ทราบยอดค่าค้างชำระ เมื่อไปลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อน พบว่าในระบบได้แจ้งเตือนว่าค้างชำระค่าธรรมเนียมการฝึกปฏิบัติงานในรายวิชาปฏิบัติ จึงรวมกลุ่มไปสอบถามกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งได้คำตอบว่าได้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมรายวิชาการฝึกปฏิบัติงานมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตลอดหลักสูตรอยู่ที่ 216,000บาท โดยมีรายวิชาฝึกปฏิบัติตลอดหลักสูตรทั้งหมด 18 รายวิชา แบ่งเป็นรายวิชาละ 12,000 บาท

หลังจากนักศึกษาได้ร้องเรียน ทางมหาวิทยาลัยได้ได้ลดค่าธรรมเนียมจาก 18 รายวิชาเหลือ 11 รายวิชา แต่ทางนิสิตไม่สามารถรับข้อตกลงได้เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้กล่าวไว้ ตั้งแต่วันรับสมัคร และไม่สามารถจะหาเงินส่วนต่างจาก 20,000 บาทต่อเทอมเพิ่มขึ้นเป็น 32,000-80,000 บาทต่อเทอมได้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เดือนตุลาคม 2563 ทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศกำหนดลงทะเบียน ภาคเรียนที่ 2/2563 เริ่มลงทะเบียนเรียนวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 กำหนดว่าถ้าไม่ลงทะเบียนภายในกำหนด/กรณีลงทะเบียนแต่ไม่ยื่นเอกสารภายในกำหนด จะเสียค่าปรับวันละ 100 บาท เมื่อไม่สามารถที่จะหาค่าเทอมรวมทั้งค่าธรรมเนียมการฝึกปฏิบัติงานในรายวิชาปฏิบัติมาชำระได้ เนื่องจากหลายปัจจัย ระยะเวลาสั้น เศรษฐกิจไม่ดี จึงรวมกลุ่มกันขอยื่นผ่อนผันกับทางมหาวิทยาลัยแต่ทางมหาวิทยาลัยก็นิ่งเฉย ซึ่งการลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2/2563 ยังคงเป็นเวลาของการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2563 อยู่

ประเด็นที่ 2 เรื่องเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา(กยศ.) ทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งว่าสามารถกู้เรียนได้เลยแต่แต่เมื่อเรียนไปแล้ว 1เทอม พบว่าทางมหาวิทยาลัยไม่มีการเคลื่อนไหว ผ่านไปเทอม 2 ทางมหาวิทยาลัยออกมาชี้แจงว่า กยศ. ไม่อนุมัติให้กู้ได้ในปี 62 แต่จะเปิดระบบปี 63 เนื่องจากเอกสารไปค้างที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงส่งผลให้กู้ไม่ได้ ทางมหาวิทยาลัยหาทางออกโดยให้นักศึกษากู้ยืมกองทุนสินเชื่อเผื่อการศึกษาของบริษัท World Credit Foncier โดยมีดอกเบี้ยร้อยละ 12 คนค้ำ 5 คนพร้อมให้ผู้ปกครองเซ็นต์รับรอง จึงทำให้นักศึกษาไม่สามารถบ่ายเบี่ยงในข้อนี้ไปได้

ประเด็นที่ 3 รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาล เป็นรายวิชาที่ทางมหาวิทยาลัยได้เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งว่ามีอาจารย์ใหญ่ให้นิสิตได้ศึกษา มีอุปกรณ์การเรียนครบ แต่เมื่อเข้าเรียนรายวิชาพบว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีความเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ อุปกรณ์การเรียนการสอนการปฏิบัติการพยาบาล แม้แต่อาจารย์ใหญ่ที่ใช้ในการเป็นสื่อการสอนทางพยาบาล ซึ่งเป็นหัวใจหลักของด้านการแพทย์ก็ไม่มี ตามที่ทางมหาวิทยาลัยได้กล่าวไว้ในวันเปิดรับสมัคร

ประเด็นที่ 4 เงินค่าบำรุงหอพักทางมหาวิทยาลัย ได้แจ้งค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นว่ารวมค่าใช่จ่ายอยู่ที่ 7,500บาทต่อเทอม ซึ่งรวมค่าน้ำค่าไฟทั้งหมดแล้วระยะตลอดหลักสูตร แต่เมื่อเข้ามาพักได้ไม่นานทางมหาวิทยาลัยได้เรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ล่าสุดช่วงปิด Covid-19 ไม่มีนิสิตพักอยู่หอใน แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับมีการเรียกเก็บค่าไฟ หลังจากเปิดเทอมชั้นปีที่ 2 ทางมหาวิทยาลัยมีการปรับค่าไฟวันละ 5 บาท โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ

ประเด็นที่ 5 เรื่องรถรับส่งนิสิตไปฝึกงานโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ในวันรับสมัครทางมหาวิทยาลัยแจ้งว่ามีรถของมหาวิทยาลัยรับ-ส่งในการไปฝึกปฏิบัติงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เมื่อต้องไปฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ทางมหาวิทยาลัยกลับแจ้งให้นักศึกษาหารถและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานเอง จึงต้องเดินทางโดยรถโดยสารรอบเมือง หรือสองแถว(รถเหลือง) ในการเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานและเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

ตัวแทนนักศึกษากล่าวว่า น้องๆนักศึกษาปีการศึกษา 2563 ได้ประสบปัญหาเช่นเดียวกับพวกตนซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นแรก ปี 2562 ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือการแก้ไขปัญหาใดๆจากทางมหาวิทยาลัย การมายื่นหนังสือร้องเรียนครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ทางมหาวิทยาลัยออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว

ด้านผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ได้รับเรื่องของกลุ่มนักศึกษาไว้และจะได้ส่งหนังสือถึงทางมหาวิทยาลัยเพื่อให้ชี้แจงและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ซึ่งการร้องเรียนของนักศึกษาครั้งนี้ ได้มีตัวแทนกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย