สลด! ไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าของบ้านหนีไม่ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 18.50 น. วันที่ 24 ธันวาคม 2563 พ.ต.อ.ไกรสิทธิ พรหมปฏิมา ผกก.สภ.ทุ่งฝาย , ร.ต.อ.วิโรจน์ แสงเอี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งฝาย ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทต.ต้นธงชัย สมาคมกู้ภัยเทศบาลต้นธงชัย ปภ.ลำปาง เทศบาลนครลำปาง และ สมาคมกู้ภัยลำปาง พร้อมรถดับเพลิง ทต.ต้นธงชัย เทศบาลนครลำปาง เทศบาลเมืองเขลางค์นคร เทศบาลเมืองพิชัย รุดไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้าน ข้างวัดบ้านหม้อ ปากซอย 2 ประชาเกษม บ้านวังหม้อ ถ.ลำปาง-แจ้ห่ม (ขาเข้าลำปาง) ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ โดยมีคนมุงดูอยู่ริมถนนจำนวนมาก พบเป็นบ้านของประชาชนที่อยู่ติดถนน เลขที่ 520 ก่อนถึงวัดวังหม้อเล็กน้อย ปากซอย 2 ประชาเกษม เป็นบ้านไม้ กึ่งปูนสองชั้น ชั้นล่างเป็นปูนบางส่วน กำลังถูกไฟไหม้ลุกลามไปทั้งหลัง จนท.หลายหน่วยงาน ได้เข้าไปกันพื้นที่ พร้อมใช้สายดับเพลิงฉีดน้ำอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้ไปทั้งหลังแล้ว จึงควบคุมได้ยาก ใช้เวลาประมาณ เกือบ 1 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้น พบไฟไหม้บ้านเสียหายหมดทั้งหลัง และพบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายขวัญชัย กิตติคำ อายุ 49 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ได้นอนเสียชีวิตอยู่บนบ้านข้างบันใด

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์คือ นายปราการ บุตรมังคะ อายุ 25 ปี ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ โดยเล่าว่า ตนได้เห็นไฟกำลังลุกไหม้บ้าน แถวๆโซนหน้าต่างบ้าน และเห็นนายนายขวัญชัย เจ้าของบ้าน ซึ่งมีอาการคล้ายคนเมาสุรา กำลังจะหิ้วถังน้ำ ขึ้นบ้านไปเพื่อดับไฟ ตนจึงได้ตามไป จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไฟได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นบ้านไม้ ทำให้ตนเข้าไปช่วยไม่ได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วย ซึ่งขณะรอเจ้าหน้าที่อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนที่ถูกไฟไหม้ในบ้าน ร้องโหยหวนทรมานมาก แต่ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงช่วยเท่าที่จะช่วยได้ จนเสียงเงียบไป และมาพบร่าง นายขวัญชัย นอนเสียชีวิตอยู่ข้างบันได นั่นเอง


ส่วนประวัติ นายขวัญชัย เจ้าของบ้านที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตนั้น ปกติจะอยู่บ้านคนเดียว เพราะพ่อแม่เสียหมดแล้ว ไม่มีลูกเมีย มีอาชีพช่วยงานตายาย ที่อยู่ข้างบ้านติดๆ ในการทำและขายไม้ซาง และเป็นโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่มด้วย เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ประสาน จนท.พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง มาร่วมตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง

สำนักข่าวลำปาง 13