จังหวัดลำปางออกมาตรการป้องกันโควิด-19 เผยยังไม่ยกระดับการควบคุม

วันที่ 25 เมษายน 2564 แถลงสถานการณ์โรคโควิด–19 จังหวัดลำปาง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 เมษายน 2564 เป็นต้นมา (1,767,1,390,1,443, 1,458,1,470,2,070 และ 2,839 ตามลำดับ) จากตัวเลขดังกล่าว จะพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งยังเกิดจากการแพร่ระบาดของกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด – 19 จากสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งมีกิจกรรมทางสังคมจำนวนมาก จึงมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถประมาณการสิ้นสุดได้ ทำให้เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัด ได้ยกระดับมาตรการการป้องกันโรค ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว การห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตามเวลาที่กำหนด รวมทั้งมีบทกำหนดโทษกรณีบุคคลไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างหลากหลาย

 

สำหรับจังหวัดลำปาง ที่ผ่านมาได้กำหนดมาตรการที่มีการรักษาความสมดุล ระหว่างการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และผ่อนปรนกิจการ กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ ควบคู่ไปกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดลำปาง ระลอกเดือนเมษายน จังหวัดลำปางพบผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2564 และสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 18-24 เมษายน 2564 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดลำปางเพิ่มขึ้นวันละ 8,10,6,11,14,6,6 ตามลำดับ โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 60 เป็นผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ติดเชื้อร้อยละ 30 ติดเชื้อจากผู้ติดเชื้อกลุ่มที่หนึ่ง และส่วนที่เหลือติดเชื้อจากผู้ติดเชื้อกลุ่มที่สองหรือผู้ใกล้ชิดกับ กลุ่มที่หนึ่ง

ซึ่ง ณ วันที่ 24 เมษายน 2564 มีผู้ติดเชื้อรวม 172 คน รักษาหายแล้ว จำนวน 34 คน คงเหลือรักษาอยู่ในโรงพยาบาลในเขตจังหวัดลำปาง จำนวน 138 คน ซึ่งสถานการณ์อยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้เป็นอย่างดี โดยมีเตียงผู้ป่วยที่จังหวัดลำปางได้เตรียมไว้เฉพาะผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 300 เตียง และโรงพยาบาลสนามอีกประมาณ 200 เตียง ซึ่งเพียงพอต่อการบริหารจัดการ หากไม่มีผู้ติดเชื้อเกินวันละ 20 ราย ติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป สถานการณ์ของจังหวัดลำปางก็จะคงที่และดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดลำปางอย่างดีที่สุด

จังหวัดลำปางจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกับจังหวัดในมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา รักษาระยะห่าง 1-2 เมตร เมื่อออกจากบ้าน ไปทำงาน หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
  2. ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ กรณี ไม่มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70 % ขึ้นไป
  3. ระมัดระวังการอยู่ร่วมกันในครอบครัว โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็ก และสตรีมีครรภ์ หากมีการพูดคุยกันควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง รักษาระยะห่าง 1-2 เมตร และใช้เวลาสั้นที่สุด
  4. หลีกเลี่ยงการเดินทาง หากไม่จำเป็น และประเมินความเสี่ยงตนเอง หากต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในชุมชน ให้ลงทะเบียนการเข้า-ออกสถานที่ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะตามจุดที่กำหนดเพื่อประโยชน์ในการติดตามผู้สัมผัส กรณีมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
  5. หลีกเลี่ยงการพบปะหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน
  6. สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก ครั่นเนื้อครั่นตัว จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง หรือมีผื่นขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางโดยละเอียด

นอกจากนี้ ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางส่วนกลาง และจังหวัดลำปางกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังอยู่ในการควบคุม และไม่มีการติดเชื้อของบุคคลเป็นจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน จังหวัดลำปางจะพยายามไม่ยกระดับมาตรการการควบคุมโรคต่าง ๆ ขึ้นจากระดับที่วางไว้ เพื่อให้ประชาชนชาวนครลำปางของเราได้ดำรงชีวิตอย่างปกติสุข และดำเนินกิจการ กิจกรรมต่างๆ เพื่อการดำรงชีพอย่างต่อเนื่องต่อไป