มอดไม้หนีกระเจิง! เจ้าหน้าที่บุกตรวจยึดลักลอบแปรรูปไม้ เจ้าของบ้านมึนไม่รู้ฝีมือใคร

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. อำนวยการโดย พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส., เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำ จ.ลำปาง-เถิน นำโดย ร.ต.อ.รักสันติ นาสูงเนิน รอง สว.กก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วย ร.ต.ท.คมจักร วาดว้า รองสว.(ป) กก.4 บก.ปทส. ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.4 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.ที่ 33 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเวียงมอก เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 17 (แม่มอกตอนขุน) นำโดย นายจรัล สอาดจิตต์ หัวหน้าหน่วยฯ  และนายไกรวิชญ์ เกตุสระชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เวียงมอก ร่วมกันตรวจยึด ไม้สักแปรรูป จำนวน 67 แผ่น/เหลี่ยม คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 110,400 บาท แท่นเลื่อยวงเดือน และอุปกรณ์แปรรูปไม้จำนวนมาก พร้อมรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน เหตุเกิดภายในบริเวณบ้านหลังหนึ่งในหมู่ที่ 3 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง

 

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มคนลักลอบตัดไม้ในป่าหลังหมู่บ้านสะเลียมหวาน แล้วขนชักลากออกจากมานำมาซุกซ่อนและทำการแปรรูปอยู่บริเวณดังกล่าว โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงตรวจลาดตระเวนมาถึงเส้นทางเข้าป่าผ่านบ้านไม่ทราบเลขที่ซึ่งภายในมีบ้าน จำนวน 2 หลัง ปลูกสร้างอยู่ข้างเส้นทางดังกล่าว และได้ยินเสียงแปรรูปไม้ด้วยเครื่องจักร ก่อนจะมองเห็นชายฉกรรจ์ทั้ง 2 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านทิศตะวันตกผ่านที่นาเข้าไปในสวนสัก หลบหนีเข้าป่าไปเจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไปในสวนสัก พบอุปกรณ์การแปรรูปไม้ ไม้แปรรูป เศษไม้และขี้เลื่อยเป็นจำนวนมาก

ต่อมานางสาวแดง (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.เวียงมอก เดินทางมาพบกับพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าตนเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว โดยเล่าว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน บิดา มารดาของตน ส่วนผู้ใดมาทำการแปรรูปไม้และนำไม้มาแปรรูปบริเวณดังกล่าวตนไม่ทราบข้อเท็จจริง ตนได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่มาตรวจใกล้ ๆ กับบ้านของตน ด้วยความบริสุทธิ์ใจตนจึงเดินทางมาดู เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด

 

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมีความผิดข้อหา “ร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันทำการแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ร่วมกันตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” โดยจะได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป