รองผู้ว่าฯ “จำลักษ์” รับปาก 10 ปีที่รอคอย แช่แข็งอพยพชาวบ้านแม่เมาะ 24 พ.ค.65 รู้ผลว่าจบหรือไม่

ตามข้อมูลการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ครบวงจร ตั้งแต่การทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์แบบเปิดหน้าดิน หลายหมื่นไร่ ความลึกกว่า 300 เมตร ป้อนเข้าโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 655 เมกกะวัตต์ ล่าสุดใช้ถ่านหินจำนวน 10.401 ตัน/วัน หรือ 3.23 ล้านตัน/ปี ซึ่งโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีมาประมาณ 50 ปีแล้ว ต่อมาชาวบ้านได้รับผลกระทบมากมายจนถึงตายไปก็มี ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้สิทธิอันชอบธรรมในการปกป้องตนเอง จนมีการอพยพพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่รับผลกระทบ ในหลายพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าถึง 6 ครั้ง แต่ยังไม่หมดจนในปี 2556 รัฐบาลรัฐบาลได้มีมติ ครม.อีกครั้งให้อพยพชาวบ้าน ต.บ้านดง 4 หมู่บ้าน และ บ้านห้วยคิง ต.แม่เมาะ อีก 474 หลังคาเรือน แต่ถึงปัจจุบันปัญหายังคาราคาซังและส่อว่าจะขยายเวลาไปอีกในปี 2568

 

ดังนั้นในวันที่ 19 พ.ค.2565 ที่ผ่านมา ทางนายศุกร์ ไทธนะสุกานต์ นายก อบต.บ้านดง นายประจักษ์ ชาติสืบ อดีต ผู้ใหญ่บ้าน และแกนนำได้นำมวลชนประมาณ 300 คน มีชื่อว่า “คณะกรรมการชาวบ้านต่อต้านผู้รุกรานคืนความเป็นธรรม” มาประชุมกันที่ อบต.บ้านดง พร้อมยื่นข้อเสนอเจรจากับ กฟผ.แม่เมาะ โดยมีนายจำลักษ์ กันเพชร์ หรือ “รองจู๋” รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และผู้บริการของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ , เหมืองแม่เมาะ , พลังงานจังหวัด มารับข้อเสนอ ซึ่งข้อเสนอเจรจามี 4 ข้อดังนี้ หนึ่งการขออพยพชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน สองของบประมาณเยียวยาชดเชยตำบล สามขอแก้ไขกฎหมายใน พรบ.ต่างๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น พรบ.แร่ พรบ. ป่าไม้ (ซึ่งจะส่งผลให้ตำบลบ้านดงได้รับค่าภาคหลวงด้วยปัจจุบันไม่ได้ แต่มีการนำเศษดินจากการทำเหมืองมาทิ้งในพื้นที่ ต.บ้านดง ประมาณ 3.5 หมื่นไร่ ได้เพียงส่วนแบ่งจาก กองทุนฯ 300 ล้านบาท/ปี พอๆกับบางตำบลที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า) สี่ความร่วมมือระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ กับชาวบ้าน ต.บ้านดง

นอกจากนั้นจะต้องทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการจ่ายเงินชดเชยที่ล่าช้าก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบตามมา ( มูลค่าเพิ่มของวัสดุก่อสร้าง ) / การมีส่วนร่วมของชาวบ้านกับ กฟผ.แม่เมาะ ในเรื่องสิทธิชุมชนในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ / การเพิกถอนเขตป่าสงวน ให้สิทธิที่ดินให้ชาวบ้านที่อพยพ / เร่งรัดติดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรื่องภาคหลวงแร่ที่ควรได้ ทั้งหมดต้องตามเวลาที่ชาวบ้านเรียกร้อง ซึ่งหลังจากที่มีการเจรจากันนาน ได้มีมติว่าให้เลื่อนการทำ MOU ออกไปเป็นวันที่ 24 พ.ค.2565 นี้ เพื่อให้ทาง กฟผ.แม่เมาะและคณะกรรมการมีโอกาสพิจารณาข้อเสนอต่างๆอีกครั้ง

สำหรับปัญหาที่สำคัญๆของการอพยพครั้งนี้ทางแกนนำได้นำมาพูดหลายประเด็น เช่น คณะกรรมการพิจารณาเรื่องการอพยพที่มีอยู่ประมาณ 40 คน มีตัวแทนจากชาวบ้านแค่ 8 คน เท่านั้น นอกจากนั้นกรรมการกลัวไปทุกเรื่องเอากฎหมายทุกข้อของหน่วยงานที่มาเป็นกรรมการมาเป็นข้อสังเกต ขณะเดียวกันทาง กฟผ.แม่เมาะเองก็พูดมาตลอดว่าเงินนะมีพร้อมจ่าย แต่ข้อเท็จจริงชาวบ้านก็ยังไม่ได้อพยพมา 10 ปี สรุปแล้วงานนี้ชาวบ้านควรโทษใครดีเรื่องนี้…??