หมอกควันคลุมทั่วเมืองเร่งดับไฟป่าลามไหม้หลายจุด ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานทุกสถานี

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 กรมควบคุมมลพิษได้รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษทั้ง 4 แห่งที่ตั้งอยู่พื้นที่ จ.ลำปาง ได้รายงานค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศจากการเผาไหม้ หรือค่า PM10 ในเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2561 พบเกินค่ามาตรฐานอยู่ 3 สถานี

 

ได้แก่ สถานีตรวจวัดในพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ตรวจวัดได้ 193 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีตรวจวัดในพื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ  ตรวจวัดได้ 229  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ สถานีตรวจวัดในพื้นที่ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ตรวจวัดได้ 175 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งถือว่าเป็นคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของประชาชนที่หายใจในที่โล่งแจ้ง ส่วนสถานีตรวจวัดในพื้นที่ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ไม่พบมีข้อมูลในการตรวจวัด

อย่างไรก็ตามพบว่าในหลายพื้นที่รวมถึงตามถนนสายต่างๆในเขตตัวเมืองลำปางได้เกิดหมอกควันจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผาไหม้ได้เกิดปกคลุมหนาแน่นมากขึ้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ อีกทั้งยังส่งผลกระทบด้านสุขภาพ โดยได้แนะนำให้ประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากหรือใช้ผ้าปิดจมูกอีกด้วย

ทั้งนี้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มีนาคม 2561 นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ไฟไหม้ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ทาน บ้านแม่กัวะ หมู่ 4 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่  โดยพบว่าป่าถูกไฟไหม้ไปประมาณ 500 ไร่  สาเหตุเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์

ด้าน พล.ต.สุรคล ท้วมเสม ผบ.มทบ.32 ได้มอบหมายให้ กกร.มทบ.32  จัดชุดดับไฟป่าจำนวน 3 ชุด ประกอบไปด้วย ชุดดับไฟป่าของ มทบ.32  ชุดดับไฟป่าของ ร้อย.พล.สร.รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี และ ชุดดับไฟป่าของ ศฝ.นศท.มทบ.32  พร้อมกับ นายวีรพงษ์ คำทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านสบเฟือง นำกำลังช่วยกันดับไฟป่าในพื้นที่บ้านสบเฟือง ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง ที่เกิดลุกไหม้เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งชุดดับไฟป่าใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จึงสามารถดับไฟป่าได้ ตรวจสอบพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 300 ไร่

สำนักข่าวลำปาง 13