กองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะสนับสนุนจัดเสวนาหาแนวทางแก้ปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำวังเฮือ ถนนลำปาง- แพร่ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง ป่าไม้ อุทยาน ทหาร เทศบาลเมืองเขลางค์นคร และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม“ชิงเผา” หรือการบริหารจัดการเชื้อเพลิง (Fuel Management) ขึ้นเพื่อป้องกันการปัญหาไฟป่าหมอกควันบริเวณดอยพระบาท

 

โดยที่ผ่านมานายสุรพล บุรินทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.อ.สมศักดิ์ เตชะสืบ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ร่วมประชุมกับ คณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันปัญหาจัดการไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง เพื่อชี้แจงแนวทางแผนการดำเนินงานและมาตรการความพร้อม เตรียมรับสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าในช่วงหน้าแล้ง ประจำปี 2561 ที่ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีคณะกรรมการฯ รวมกว่า 100 คน เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บัญชาการหน่วยงานทหาร ตำรวจ นายอำเภอเขตท้องที่ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งจากการประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวมอบแนวทางการดำเนินงานการป้องกันปัญหาจัดการไฟป่าและหมอกควันในปี 2561 ของจังหวัดลำปางว่า ขอให้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการบริหารจัดการเชื้อเพลิง (Fuel Management) ในแต่ละเขตพื้นที่(หรือการชิงเผา) ทั้งการจัดการเผาเศษวัสดุเชื้อเพลิงต่างๆ การจัดทำแนวกันไฟ โดยให้ทุกพื้นที่ได้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เฉพาะอย่างยิ่งในจุดบริเวณพื้นที่ที่มีความเสี่ยง มีการลักลอบจุดไฟเผาป่าอยู่เป็นประจำ และหลังจากนี้ให้ทุกหน่วยใช้มาตรการควบคุมป้องกันดูแลพื้นที่ ห้ามมิให้มีการเผาในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาด

ในส่วนนี้จังหวัดลำปาง ได้ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 10 เมษายน 2561 เป็นช่วงเวลา 60 วัน ห้ามเผาทุกกรณี ยกเว้นหากมีความจำเป็นต้องเผา เช่น การเผาเศษวัชพืชในพื้นที่ทำการเกษตร ให้ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ขออนุญาตจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น โดยการเผาแต่ละครั้งจะต้องมีการทำแนวกันไฟความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร รอบบริเวณพื้นที่ และต้องมีการควบคุมไม่ให้ไฟลุกลาม หากไม่ได้ปฏิบัติตาม หรือ ลักลอกกระทำการจนเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกลาม ให้ผู้นำท้องถิ่นแจ้งนายอำเภอท้องที่ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

และในส่วนบริเวณเขตพื้นที่ป่า ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยช่วยกันสอดส่องดูแลหากพบเห็นไฟป่าในที่ใดๆ ให้ช่วยกันดับเพื่อไม่ให้ไฟลุกลาม แต่หากไฟรุนแรงไม่สามารถดับได้ ให้รีบแจ้งหน่วยประสานงานหลักในเขตพื้นที่ เพื่อให้จัดส่งกำลังเสริมเข้าช่วยดับไฟในทันที สำหรับในส่วนมาตรการบังคับได้กำหนด ห้ามมิให้มีการจุดไฟเผาป่า หรือ ปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าอนุรักษ์ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งผู้กระทำจะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 150,000 บาท และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท จึงมีการจัดกิจกรรม “ชิงเผา” หรือการบริหารจัดการเชื้อเพลิง (Fuel Management) นี้ขึ้นมาดังกล่าว

ซึ่งปัญหาไฟป่าหมอกควันของจังหวัดลำปางนี้ โดยเฉพาะรอบๆดอยพระบาทที่ ทอดยาวมาตั้งแต่ ตำบลบ้านดงผ่าน ตำบลแม่เมาะ ตำบลพิชัย  ตำบลพระบาท จนไปถึงตำบลกล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง จะมีปัญหานี้เกิดขึ้นทุกปี ดังนั้นเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  ในวันที่ 15 มีนาคม 2561 นี้ ที่บริเวณโบสถ์คริสต์ บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง จะได้มีการจัดเสวนาโดยมีสื่อมวลชนจังหวัดลำปางในบทบาทด้านการประชาสัมพันธ์โครงการ พร้อมหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งจังหวัดลำปาง  ป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง  ตำรวจ ทหาร และชาวบ้านในชุมชนรอบๆดอยพระบาท มาร่วมกันเสวนา  ซึ่งทาง “กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ” ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 300,000 บาท

โดยการเสวนาในครั้งนี้จะได้นำปัญหาต่างๆที่มีอยู่ในเชิงลึก เช่น ใครที่มาเผาป่า / ใครที่คอยดูแลป่า / ดอยพระบาทแห่งนี้สำคัญอย่างไร /  ระบบนิเวศน์ของป่าขณะนี้สมบูรณ์มากน้อยขนาดไหน  มีสัตว์ป่าหายากมาอาศัยอยู่จริงหรือไม่..? นำข้อมูลเหล่านี้ออกมามาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหาร่วมกัน  และการเสวนาในครั้งนี้อาจจะนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรใดองค์กรหนึ่งร่วมกัน เพื่อดูแลดอยพระบาทแห่งนี้อย่างยั่งยืนต่อไป

สำนักข่าวลำปาง 13